รหัสแทนข้อมูล
รหัสแทนข้อมูล หมายถึง รหัสที่ใช้แทนตัวอักขระ ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์พิเศษอื่น ๆ ที่ใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะว่าข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์จะแทนด้วยรหัสเลขฐานสองที่มีเลข ๐ กับ ๑ วางเรียงกัน
1. รหัสแอสกี (American Standard Code for Information Interchange : ASCII)
เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากในระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารข้อมูล รหัสแทนข้อมูลชนิดนี้ใช้เลขฐานสองจำนวน 8 บิตหรือเท่ากับ 1 ไบต์แทนอักขระหรือสัญลักษณ์แต่ละตัว ซึ่งหมายความว่า การแทนอักขระแต่ละตัวจะประกอบด้วยตัวเลขฐานสอง 8 บิตเรียงกัน ซึ่งลำดับของแต่ละบิต
2. รหัสแอบซิดิก (Extended Binary Coded Decimal Interchange Code : EBCDIC)
พัฒนาโดยบริษัทไอบีเอ็ม รหัสแทนข้อมูลนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้แล้วในปัจจุบัน
การกำหนดรหัสจะใช้ 8 บิต ต่อหนึ่งอักขระเหมือนกับรหัสแอสกี แต่แบบของรหัสที่กำหนดจะแตกต่างกัน โดยรหัสแอบซิดิกจะเรียงลำดับแต่ละบิตที่ใช้แทนอักขระ
3. รหัสยูนิโค้ด (Unicode)
ป็นรหัสที่สร้างขึ้นมาในระยะหลังที่มีการสร้างแบบตัวอักษรของภาษาต่าง ๆ รหัสยูนิโค้ดเป็นรหัสที่ต่างจาก 2 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้น คือ ใช้เลขฐานสอง 16 บิต ในการแทนตัวอักษร เนื่องจากที่มาของการคิดค้นรหัสนี้ คือ เมื่อมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ในหลายประเทศและมีการสร้างแบบตัวอักษร (font) ของภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก ในบางภาษา เช่น ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาที่เรียกว่าภาษารูปภาพซึ่งมีตัวอักษรเป็นหมื่นตัว หากใช้รหัสที่เป็นเลขฐานสอง 8 บิต ก็สามารถแทนรูปแบบตัวอักษรได้เพียง 256 รูปแบบ ซึ่งไม่สามารถแทนตัวอักษรได้ครบ จึงสร้างรหัสใหม่ขึ้นมาเพิ่มเพื่อให้สามารถแทนตัวอักขระได้ถึง 65,536 ตัว ซึ่งมากพอและสามารถแทนสัญลักษณ์กราฟิกและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้อีก
Apisit salowhorm
A = 0100 0001
P = 0101 0000
I = 0100 1001
S = 0101 0011
I = 0100 0100
T= 0101 0100
space = 0010 0000
S = 0101 0011
A = 0100 0001
L= 0100 1100
O =0100 1111
W= 0101 0111
H= 0100 1000
O= 0100 1111
R= 0101 0010
M =0100 1101
0100000101010000010010010101001101000100010101000010000001010011010000010100 0001010011000100111101010111010100100101001001001101
ใช้พื้นที่จัดเก็บจำนวน 16 Byte หรือ 32 bit

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น